linemenu1linemenu2linemenu3linemenu4

วัตถุดิบต้านมะเร็ง

การเลือกวัตถุดิบ ที่ดี คือ การเริ่มต้น การมีสุขภาพดี รสชาติเราสามารถปรุงให้อร่อยด้วยฝีมือ

สุขภาพที่ดีมาจากการเลือกวัตถุดิบ  อุปกรณ์ เบกอรี่่ อุปกรณ์ การประกอบอาหาร ที่ดีทำให้อาหารที่เรารับประทาน ดีด้วย

ผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชาวนอร์เวย์พบว่าผู้ที่กินธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปในปริมาณมากและอย่างสม่ำเสมอ จะมีวามเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งและโรคหัวใจลดลงเกือบร้อยละ 25 การทดลองที่ทำโดย Mayo Clinic ในปี 2001 พบว่าผู้ที่กินซีเรียลมีเส้นใยอาหารสูงมีแนวโน้วที่จะเป็นมะเร็งระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารน้อยลง และธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปให้มีความหลากหลาย โดยแนะนำว่าในแต่ละวันควรได้รับซีเรียลหรือธัญพืชดังกล่าว 4-5 หน่วย

ถั่วและผักทะเล

จากการศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่า การบริโภคถั่วบางชนิดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งให้น้อยลงได้ มีการพบว่าถั่วเหลืองนอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญแล้ว ยังมีสรรพคุณในการลดอัตราการเกิดเนื้องอกให้น้อยลงด้วยเช่นกัน ถั่วเหลืองและถั่วบางชนิดมีสารช่วยป้องกันการเกิดเนื้องอกในเต้านม กระเพาะอาหาร และผิวหนัง นอกจากนี้ยังมีการพบว่า สาหร่ายทะเลมีสรรพคุณในการขับสารกัมมันตภาพรังสีออกจากร่างกายอีกด้วย ประมาณร้อยละ 5-10 ของอาหารประจำวันควรประกอบไปด้วย ผักทะเลและถั่ว ได้แก่ ถั่วอาซูกิ ถั่วเตอร์เคิลสีขาวและดำ ถั่วเขียว ถั่วแขก ถั่วลิมา ถั่วสปลิท ถั่วแบล็กอาย ถั่วเหลือง ถั่วปินโตะ ถั่วเนวี่ ถั่วแดง วุ้น เต้าหู้ เทมเปะ มิโสะ คอมบุ ซีอิ้วทามาริ นัตโตะ วากาเมะ เป็นต้น ธัญพืช ถั่ว หรือหัวพืชที่ฝังอยู่ในดินจะมีทั้งเส้นใยที่ละลายในน้ำ และไม่ละลายในน้ำที่จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบฮอร์โมนในร่างกายให้เป็นปกติ ช่วยลดปริมาณของสารพิษและของเสียที่ร่างกายได้รับจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ เพื่อที่จะป้องกันมะเร็งและความเสื่อมโทรม ให้กินข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวบัควีต และข้าวสาลี  เราสามารถนำมาเป็นส่วนผสม ของ คุ้กกี้ หรือ อุปกรณ์ ขนม เบเกอรี่ เพื่อให้เราสามารถรับประทานได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านการก่อตัวของเนื้องอก ต้านเชื้อไวรัส และขับสารก่อมะเร็ง กินถั่วและเมล็ดพืช เช่น เมล็ดป่าน เพราะมีฤทธิ์ในการต้านการก่อตัวและการกระจายตัวของเชื้อมะเร็ง นอกจากสีของถั่วจะมีประโยชน์ในการต้านการเกิดมะเร็งแล้ว ผิวของพืชตระกูลถั่วยังมีสารไฟโตเคมิคอล (Phytochemicals) ที่ทำหน้าที่ในการป้องกันเซลล์และเนื้อเยื่อจากสารก่อมะเร็งได้อีกด้วย

กินบร็อกโคลี่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และคะน้า เนื่องจากมีสารซัลฟอราเฟน (Suulforaphane) ซึ่งทำหน้าที่ในการเสริมสร้างการทำงานของตับในการขจัดสารก่อมะเร็ง หากปราศจากสารชนิดนี้ตับจะต้องทำงานอย่างหนักจนไม่อาจขจัดสารก่อมะเร็งดังกล่าวให้หมดไป ซึ่งอาจนำไปสู่การเป็นมะเร็งได้ในที่สุด เพื่อที่จะห่างไกลจากโรคมะเร็งและความเสื่อมโทรมของร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้กินบร็อกโคลี่ กะหล่ำปลี ขิง แครอต ชาเขียว ข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลยื มะเขือเทศ บลูเบอร์รี่ ถั่วเลนทิล ถั่วลิสง ข้าวแดง และข้าวกล้องให้มาก

เนื้อสัตว์

                กินเนื้อปลาสีขาวหรืออาหารทะเล 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หลีกเลี่ยงการกินปลาเนื้อแดง หรือปลาที่มีหนังสีน้ำเงิน เนื่องจากปลาเหล่านี้จะมีไขมันมากกว่าปลาเนื้อขาว หลีกเลี่ยงการกินปลาน้ำจืด เนื่องจากมีสารพิษสะสมอยู่ในเนื้อมากกว่าปลาทะเล หลีกเลี่ยงการกิน หรือจำกัดปริมาณในการกินหากต้องกินเนื้อสัตว์จำพวกห่าน ไก่ฟ้า วัว ลูกวัว ไก่ แกะ หมู ไก่งวง เป็ด รวมไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ ไขมัน เนยแข็ง เนย โยเกิร์ต ไอศกรีม นม นมสกัด ครีม และเนยเทียม เป็นต้น

นอกจากอาหารจำพวกผัก ผลไม้ และธัญพืชแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้กินอาหารจำพวกโปรตีนที่มีคุณภาพให้มาก โปรตีนให้กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยสร้างเซลล์ใหม่ ซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อที่สึกหรอ ช่วยให้แผลหายเร็ว สร้างฮอร์โมนและเอนไซม์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง หากร่างกายได้รับโปรตีนในปริมาณที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ ร่างกายจะต้องใช้เวลานานในการฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วย และร่างกายมีแนวโน้มที่จะกลับมาป่วยได้อีกครั้ง

แหล่งโปรตีนคุณภาพดี ได้แก่ เนื้อสัตว์ไร้มัน ปลา ไก่ ผลิตภัณฑ์ นมไขมันต่ำ ธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้งชนิดต่างๆ เนื้อสัตว์เป็นแหล่งของโปรตีนและกรดไขมัน (Fatty Acid) ที่ร่างกายต้องการเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและสร้างพลังงาน เนื้อแดงมีธาตุเหล็ก (Iron) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิง

นอกจากเนื้อวัว แหล่งของโปรตีนที่สามารถกินได้ เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ไข่ หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากถั่วชนิดต่างๆ ก็เป็นแหล่งของโปรตีนและธาตุเหล็กคุณภาพดีที่สามารถทดแทนผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ อย่างไรก็ตามแม้ว่าเนื้อวัวจะเป็นแหล่งของโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ แต่นักโภชนาการมักแนะนำให้ผู้ป่วยกินเนื้อ ปลา เนื้อไก่ หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากถั่ว เช่น โปรตีนเกษตร เต้าหู้ เพื่อหลีกเลี่ยงคอเลสเตอรอล (Cholesterol) และไขมันชนิดอิ่มตัว (Saturated Fat) ที่มีอยู่มากเกินไปในเนื้อวัว

น้ำมัน

หลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัว  (Saturated Fat) ที่ได้จากสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม รวมไปจนถึงไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fat) ที่อยู่ในเนยเทียมและน้ำมันปรุงอาหารบางชนิดจากการศึกษาพบว่าไขมันจากงานวิจัยบางชิ้นพบว่า การกินอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโมเลกุลเดี่ยว  และชนิดหลายโมเลกุลจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลวให้ต่ำลง และยังช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ให้ต่ำลงอีกด้วย

                อาหารว่างเบเกอรี่ และเครื่องปรุง

ควรกินอาหารว่างหรือของหวานที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติในปริมาณปานกลาง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หากอาหารว่าง เบเกอรี่ หรือของหวานดังกล่าวมีส่วนผสมของสารให้ความหวานหรือน้ำตาล ให้ใช้น้ำเชื่อมที่ทำจากข้าวบาร์เลย์ มอลต์ อะมาซาเกะ น้ำแอปเปิล น้ำเชื่อมเมเปิ้ล ลูกเกดเกาลัด และไซเดอร์แทนน้ำตาย ทรายขัดขาว ช็อกโกแลต น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลดิบ น้ำเชื่อมข้าวโพด น้ำอ้อย ฟรักโทส แซคคารีน น้ำผึ้ง น้ำตาลเทอบินาโด และน้ำตาลเทียมหรือสารให้ความหวานอื่นๆ

นอกจากนั้นคุณยังสามารถใช้อาหารธรรมชาติอื่นๆ มาเป็นส่วนผสมในของหวาน เช่น เนยที่ทำจากงา เต้าหู้ ผัก วุ้น ที่ทำจาก สาหร่าย แทนไข่ ครีม นม และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ได้จากสัตว์ กินถั่ว ธัญพืช และเมล็ดพืชคั่วกับเกลือหรือซีอิ๊วเป็นของว่าง หรือขนมเค้กที่ทำจาข้าวหรือธัญพืชและไม่มีส่วนผสมของเนย ซึ่งถั่ว ธัญพืช หรือ เมล็ดพืชที่เหมาะสำหรับกินเป็นของว่าง ได้แก่ อัลมอนด์ เมล็ดงา วอลนัต พีแคน เมล็ดดอกทานตะวัน ถั่วลิสง เมล็ดฟักทอง เป็นต้น

เลือกเครื่องปรุงรสที่ได้จากธรรมชาติ ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีหรือผ่านกระบวนการแปรรูปใดๆ เครื่องปรุงรสที่น่าสนใจได้แก่ เกลือทะเล มิโสะ ซีอิ๊วทามาริ โกมาชิโอะ ซึ่งป็นเครื่องปรุงรสชนิดหนึ่งที่ทำจากงาดำผสมเกลือ หลีกเลี่ยงการปรุงอาหารให้มีรสจัดจ้านจนเกินไป ควรกิน

เคล็ดลับการทำเค้กและคุกกี้

เคล็ดลับการทำเบเกอรี่  ขนมเค้ก คุ้กกี้ ไม่เพียงแค่มีวัตถุดิบที่ดีแล้ว ต้องมีดีที่เทคนิคดีอีกด้วย

เรามาดูปัญหาที่เราพบกันบ่อย สำหรับมือใหม่ที่เริ่มทำเบเกอรี่ คุ้กกี้ หรือ เค้ก พร้อมเข้าใจถึงสาเหตุและการแก้ปัญหา

วิธีการแก้คุ้กกี้แบนและส่วนก้นที่ไหม้ การที่คุ้กกี้แบนมีหลายสาเหตุ เช่น คนส่วนผสมมากเกินไป อบไฟอ่อนจนเกินไป ส่วนผสมเหลวเกินไป และแป้งน้อยเกินไป จึงต้องผสมส่วนผสมให้ตรงกับสัดส่วนของแต่ละสูตรอย่างเคร่งครัดและอบด้วยไฟปานกลาง ส่วนวิธีการแก้ไขไม่ให้คุ้กกี้ไหม้ ให้ปูกระดาษไขลงบนถาดก่อน ทาไขมันบางๆ ที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านอุปกรณ์ เบเกอรี่ ทั้วไป ให้ทั่วแผ่นกระดาษไข แล้วจึงตักแป้งคุ้กกี้หยอด วิธีนี้จะทำให้คุ้กกี้ไม่ไหม้

คุ้กกี้เนยให้อร่อยไม่แข็งกระด้าง
คุ้กกี้เนยเป็นคุ้กกี้พื้นฐานที่ทำง่ายที่สุด แต่การทำจะทำให้อร่อยนั้น เครื่องปรุงต้องสดใหม่ ควรใช้น้ำตาลทรายป่น หรือ ที่รู้จักกันว่าไอ่ซิ่ง ดีกว่า เพราะผสมแล้วละลายเร็ว การคนเยนกับน้ำตาลต้องเข้ากันดีจนเป้นเนื้อครีม แล้วจึงใส่ไข่ที่ตีเข้ากันก่อน แป้งและส่วนผสมที่เป็นผงต้องร่อนเข้าด้วยกันอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อให้ฟูเบา การใส่แป้งเยอะเกินไปหรือใช้แป้งขนมปังจะทำให้คุกกี้แข็ง เมื่อผสมแป้งกับครีมให้คนพอเข้ากัน อย่าคนมากเกินไปเพราะเมื่ออบแล้วคุ้กกี้จะกรอบแข็งกระด้าง

เค้ก การทำเค้กผลไม้เพื่อไม่ให้ผลไม้จมลงในเนื้อเค้กนั้น ขึ้นอยู่กับส่วนผสมตามตำรับ เพราะเค้กผลไม้จะมีสูตรเฉพาะไม่ใช่ใส่ผลไม้ลงในเค้กเนย หรือ เค้กอะไรก็ได้ วิธีที่จะทำให้ผลไม้ไม่จมคือคลุกผลไม้นั้นด้วยแป้งที่แบ่งออกมาจากส่วนผสม คลุกเพื่อไม่ให้ผลไม้ติดกัน และผลไม้จะไม่จมอยู่เฉพาะก้น การใส่ผลไม้ต้องใช้วิธีการโรยเท่านั้น

เค้กหน้าครีมเมื่อแต่งหน้าเค้กแล้วไหลเยิ้ม
เค้กที่แต่งหน้าถ้าใช้เนยสดหน้าจะไหลเยิ้ม เมื่อแต่งหน้าแล้วต้องแช่ตู้เย็นทันที ถ้าต้องการให้หน้าไม่เยิ้ม ก็ต้องใช้มาการีน แต่ที่ดีที่สุดคือใช้ครีมแต่งหน้าสีขาว หรือ ที่เรียกว่า เนยขาวสำหรับแต่งหน้า จะทำให้หน้าเค้กไม่ไหลเยิ้มแน่นอน

เค้กเนื้อหยาบเพราะอะไร  
ทำเค้กแล้วเนื้อหยาบเนื่องมาจากการคนเนยกับน้ำตาลยังไม่ได้ที่ ครีมส่วนผสมจึงยังหยาบอยู่ ทำให้เนื้อขนมหยาบ การทำเค้กโดยใช้น้ำตาทรายเม็ดคนละลายกับเนย จึงต้องคนน้ำตาลละลายผสมกับเนยจนเป็นเนื้อเดียวกับครีมก่อน จึงค่อยใส่ส่วนผสมอื่น เนื้อเค้กจะนุ่มและไม่หยาบ อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ใช้น้ำตาลทรายป่นจะดีกว่าละลายเร็ว กว่าน้ำตาลแบบเม็ด เลือกใช้อุปกรณ์ เบเกอรี่อย่างถูกต้อง แค่นี้คุณก็ได้ของอร่อยไม่ยากเลย

ทำร้านเบเกอรี่ให้คนติดใจและจำได้ ต้องหา “ตัวเอก” ประจำร้าน

ทำร้านเบเกอรี่ให้คนติดใจและจำได้ ต้องหา “ตัวเอก” ประจำร้าน

หลายนมองหาทางออกจากงานประจำ โดยการเปิดร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ เพื่อเป็นการพักผ่อนจากงานประจำ เป็นงานความชอบส่วนตัว หรือ เหตุผลใดก็ตามสุดแล้วแต่ ถ้าจะทำร้านเบเกอรี่ เราต้องหาสินค้าที่จะเป็นตัวเอกของเราก่อน  ซึ่งสินค้าที่ดี ต้องมาจาแหล่งวัตถุดิบชั้นยอด เช่น เลือกซื้อ อุปกรณ์ เบเกอรี่ จากร้านที่หใม่และสด ทำให้คนเขาจำเราได้ ย้ำบ่อยๆ เป็นที่ชื่นชอบ ของหลายคน เท่าที่รวบรวมจากประสบการณ์ สินค้าที่จะเป็นตัวเด่นของร้านต้องคำนึงถึง

  • เป็นขนมที่คนส่วนใหญ่นิยมบริโภค ของที่นิยม เช่น เด็กชอบ ผู้ใหญ่ชอบ ใครๆ ก็ชอบ ถ้าคนส่วนน้อยนิยมบริโภค แต่คนส่วนใหญ่ไม่เอา ก็ไม่ควรนำสินค้านั้นมาเป็นตัวเอก เพราะจะอยู่ได้ไม่นาน
  • สินค้านั้นต้องไม่มีผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งเราสามารถเพิ่มส่วนประกอบที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมได้ เช่น วิตามิน ข้าวโอ๊ต หรือ สามารถหาได้จาก ร้านอุปกรณ์ เบเกอรี่ ถ้าเป็นประเภทไขมันต่ำ หรือ Healthy ได้ยิ่งดี เราต้องเลือก ขนมที่มีผลเสียต่อสุขภาพน้อยที่สุด เพื่อนำมาเป็นสินค้าหลัก อาหารเพื่อสุขภาพเป็นที่นิยมรับประทานมากขึ้นเรื่อยเรื่อย  เช่น การผสมธัญพืชลงในขนมสามารถนำมาเป็นจุดขายได้
  • เป็นสินค้าที่เลียนแบบยาก ประเภทที่เขี่ยดูก็รู้ว่าใส่อะไรบ้างอย่าทำเพราะเดี๋ยวจะมีเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย
  • เป็นสินค้าที่ไม่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการทำมาก เพราะถ้าพนักงานที่ทำเก่งๆ ลาออกเราเองนั่นแหละที่จะมีปัญหา แม้จะเป็นสินค้าที่มีขั้นตอนเยอะ ซับซ้อน แต่ต้องไม่ใช้คนเยอะ
  • เป็นสินค้าที่สามารถทำเป็น Mass Product ได้เยอะๆ ในอนาคต หรือ ถ้าเราไม่เน้นกลยุกต์ทางการขายส่ง เราก็ไม่ต้องคำนึงถึง แต่ต้องสามารถทำได้เองในอนาคต เป็นสำคัญ

  • เก็บรักษาง่าย อายุในการรับประทาน ประมาร 3-7  วันได้จะดีมาก และไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ ไม่ต้องควบคุมอุณหภูมิมากมายนัก 
  • ยั่งยืน ไม่วูบวาบ ไม่ตามกระแส เบเกอรี่คือเบเกอรี่ ไม่ใช่แปลกประหลาดจนกินไม่ได้ เอาแบบดั้งเดิม หรือ ต้นตำรับได้ยิ่งดีเลย ปกติเบเกอรี่ จะเน้น ที่ รสชาติ หอม สด ใหม่ ทานแล้วมีประโยชน์ เป็นสำคัญ
  • มีความได้เปรียบในด้านการผลิต เพราะถ้าทำได้และไม่มีปัญหาเรื่องต้นทุน จะทำให้เราได้กำไร มากขึ้น อันนี้คงอยู่ที่ วิธีการจัดการจัดซื้อ เลือกซื้อจากร้านอุปกรณ์เบเกอรี่ ที่รู้จัก อาจสั่งซื้อทางออนไลน์ หรือ สั่งซื้อเป็นปริมาณมาก

การเลือกซื้ออุปกรณ์เบเกอรี่ อย่างย่อ

รู้จัก อุปกรณ์ เบเกอรี่ แบบง่ายง่าย

การจะทำเบเกอรี่ที่แสนอร่อยซักชิ้น ต้องมีขั้นตอนมากมายหลายอย่าง ทั้งการเลือกวัตถุดิบ ขั้นตอนการนวดแป้ง จนไปถึงการอบ แต่ถึงแม้จะมีฝีมือขั้นเทพขนาดไหน ก็ไม่สามารถทำเบเกอรี่ได้ถ้าขาด !! ขาด ขาดอุปกรณ์ เบเกอรี่ นั่นเองคะ นี่คือสิ่งที่จะขาดไม่ได้ในการทำเบเกอรี่ จะว่าเป็นจุดตัดสินจุดหนึ่งสำหรับการทำเบเกอรี่ก็ว่าได้ เพราะการที่มีอุปกรณ์ที่ดีก็จะสามารถผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการเลือกอุปกรณ์จึงสำคัญมากๆ โดยพื้นฐานแล้วในครัวเบเกอรี่ของเราควรมีอุปกรณ์ดังนี้คะ

-                   มาดูกันที่อุปกรณ์ขนาดใหญ่ๆกันก่อนเลยนะคะ

  • ตู้อบ แน่นอนอุปกรณ์ชิ้นนี้คือหัวใจทั้งหมดของการทำเบเกอรี่ มีให้เลือกมากมายหลากหลายแบบสุดๆ เช่น แบบใช้ไฟฟ้า หรือแก๊ส การเลือกตู้อบนั่นต้องพิจารณาว่าเราต้องการทำเบเกอรี่ขนาดไหน หากทำเล็กๆน้อยๆก็เริ่มจากตู้อบธรรมดาเล็กๆก่อน ราคาหลัก พัน จนถึงราคาหลักหมื่นแสน อาจเริ่มจากเล็กเล็ก จึงขยายตามเห็นสมควรคะ
  • เครื่องตี เครื่องผสม หากตู้อบคือหัวใจ นี่คือแขนขาแน่นอน ขาดไม่ได้เลยสำหรับการทำเบเกอรี่ เพราะเครื่องนี้จะช่วยตั้งแต่การตีไข่ ไปจนถึงผสมวัตถุดิบที่เราต้องการ หลักการเลือกยังคงยึดการใช้งานเป็นหลักควรเริ่มจากเล็กๆไปจนถึงแบบตั้งโต๊ะใหญ่ๆ แต่ควรดูกำลังไฟด้วยว่า รอบการหมุนเพียงพอต่อการทำของเราหรือไม่

-                   จากนั้นมาดูอุปกรณ์ขนาดย่อมลงมาคะ อุปกรณ์ เบเกอรี่ แบบขนาดย่อมราคาไม่แพง หาซื้อได้ง่ายควรมีไว้ติดครัว เพราะสามารถใช้ทำอาหารได้ด้วย

  • ถ้วยตวง  ถ้วยตวง 1 ชุดมี 4 ขนาด คือ 1 ถ้วย ½ ถ้วย  ¼ ถ้วย  และ 1/3 ถ้วย ใช้ ถ้วยตวงมีทั้งแบบพลาสติกธรรมดา อะลูมิเนียม และสเตนเลส  ควรเลือกซื้อแบบที่หูจับหนาแข็งแรง ก้นถ้วยควรเรียบแบนเสมอกัน ถ้าเป็นถ้วยพลาสติกควรทนความร้อนได้ดีนั่นเองคะ
  • ตราชั่ง เป็นสิ่งจำเป็นมากๆอีกชนิดหนึ่ง แนะนำว่าควรตรวจสอบดีๆเครื่องชั่งมีความสำคัญมาก หากให้แนะนำควรซื้อราคากลางๆอย่าถูกมากจนเกินไป เพราะตาชั่งอาจไม่คงที่
  • o   ที่ร่อนแป้ง  มีหลายแบบ ควรเลือกแบบที่ตะข่ายละเอียด ไม่เป็นสนิม
  • พายยาง หรือพายไม้ มีหลากหลายขนาดมากคะ แนะนำให้เลือกอันที่ถนัดมือไม่อ่อนจนเกินไปและไม่แข็งจนเจ็บมือคะ
  • อุปกรณ์ เบเกอรี่ บางอย่างท่านอาจจะยังไม่จำเป็นต้องซื้อ ก็ได้ถ้าทำในปริมาณน้อย หรือ ทำรับประทานเล่นเล่น

Chuanchom Bakery

เรื่องราวของ บรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ที่มีดีมาฝาก 

                สำหรับคนที่มีความใฝ่ฝันหรือรักในการทำขนมเค้ก คุ้กกี้  ไม่ว่าจะทำสำหรับทานเล่น ฝากเพื่อน ฝากญาติพี่น้อง หรืออยากมี ธุรกิจร้านเบเกอรี่ ซึ่งในปัจจุบันนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่สมัยนี้ร้านเบเกอรี่นั้นมีอยู่มากมายแต่ จะทำอย่างไรให้ร้านของเราเป็นร้านที่สะดุดตา มีความเป็นเอกลักษณะเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นในด้านขนม หรือด้านอื่นๆ ซึ่งบรรจุภัณฑ์ เบเกอรี่ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามในเวลานี้เลยค่ะ เนื่องจากถ้าหากขนมของเรามีความอร่อยแล้วเมื่อนำมาใส่บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมและลงตัว ก็จะเป็นการเพิ่มคุณค่า ช่วยเสริมสินค้าของเราให้ดูสะดุดตา และเป็นเอกลักษณ์ของร้านไปโดยปริยายค่ะ นอกจากจะทำให้หน้าตาของขนมดูน่าทานมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมาการขาย เมื่อเห็นบรรจุภัณฑ์ เบเกอรี่ ของร้านเราก็ลูกค้าจะนึกขึ้นได้ทันทีเลยค่ะว่าจะต้องซื้อกลับไปฝากคนที่บ้าน  ใครๆเห็นก็จำได้ บรรจุภัณฑ์ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ร้านของเรานั้น โดดเด่นสะดุดตาได้ โดยคือ บรรจุภัณฑ์หรือหีบห่อ Packaging ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องแต่งกาย ที่สามารถมองเห็นก่อนสิ่งอื่น บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามจะดึงดูดใจลูกค้าซึ่งความหมายของบรรจุภัณฑ์ก็คือ การบรรจุสินค้าเพื่อปกป้องตัวสินค้าให้อยู่ในสภาพที่ดีจากผู้ผลิตจนถึงมือของผู้บริโภคโดยไม่เกิดความเสียหาย ซึ่งประเภทของ บรรจุภัณฑ์มีหลายลักษณะขึ้นอยู่ตัวสินค้าว่ามีคุณสมบัติอย่างไร รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ดังเช่น การรักษาคุณภาพและต้องการปกป้องตัวสินค้า บรรจุภัณฑ์ที่ดีจะต้องสามารถรักษาคุณภาพของตัวสินค้าให้อยู่ในสภาพคงเดิมได้และแม้จะ ผ่านกระบวนการขนส่ง ก็ต้องไปถึงผู้บริโภค โดยไม่ทำให้สินค้าหรือขนมของเรานั้นเกิดความเสียหาย และยังเป็นการอำนวยความสะดวก เพราะบรรจุภัณฑ์มีความสำคัญในการอำนวยความสะดวกในการขนส่งและการจัดเก็บ  ทำได้รวดเร็วสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นค่ะ เป็น การส่งเสริมในด้านการตลาด บรรจุภัณฑ์ที่ดีควรทำหน้าที่ในการสื่อสาร บอกรายละเอียดต่างๆ ของสินค้าที่จำเป็นให้แก่ผู้บริโภค และควรจะมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม สะดุดตา เชิญชวนให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้ากัน  ในส่วนของชนิดและขนาดของขนมเบเกอรี่ที่จะนำมาใส่บรรจุภัณฑ์  ขนมแต่ละชนิดนั้นมีคุณสมบัติ ที่แตกต่างกันออกไป จึงจำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่จะใช้ในการบรรจุขนมนั้นต้องคำนึงถึงขนาด และจำนวนที่ชนิดของขนมเบเกอร์รี่ด้วย  วัสดุที่นำมาใช้ในการบรรจุใน ปัจจุบันนั้นมีการดัดแปลงใช้มีความหลากหลาย สร้างสรรค์ เช่น วัสดุธรรมชาติ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามสมัยนิยม  อุปกรณ์ ขนม เบเกอรี่ ที่ทำจากดีบุกเคลือบเหล็ก พวกกระป๋อง กล่องขนาดต่างๆ นิยมนำมาบรรจุคุกกี้ที่แตกหักง่าย แต่เก็บไว้ได้นาน ซึ่งวัสดุชนิดนี้มีราคาค่อนข้างสูงบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากกระดาษแข็ง และกระดาษ เช่น กล่องขนมเค้ก คุกกี้ พาย ขนมปัง และอื่นๆ นิยมใช้กันมาก เนื่องจากสามารถสั่งทำได้หลายรูปแบบตามใจเจ้าของร้านมีราคาที่ถูกกว่ากระป๋อง บรรจุภัณฑ์พลาสติก มีแบบทั้งชนิดบางและชนิดหนา มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกทั้งแบบถุงและกล่อง บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากฟอยล์ เป็นวัสดุที่นิยมใช้รองตัวขนม ช่วยเพิ่มความสวยงามให้แก่ขนม ข้อดีคือ สามารถใช้ได้กับขนมที่มีไขมันและความชื้นสูงมีความทนทานดีกว่ากระดาษซึ่งอาจจะเกิดการเปื่อยและขาดง่ายกว่า

เราจึงควรเลือกนะคะว่าเป็นขนมแบบไหนเหมาะกับบรรจุภัณฑ์แบบใด จึงสะดุดตา และเป็นเอกลักษณ์กับลูกค้าของท่าน ค่ะ

ชวนชมเบเกอรี่
จำหน่าย วัตถุดิบ อุปกรณ์ ขนม เบเกอรี่ บรรจุภัณฑ์ในการทำเบเกอร์รี่
ขนมไทย อาหาร และเครื่องดื่ม เช่น

  • แป้ง เนย กลิ่น สี สารเสริม
  • ช็อกโกแลต วิปปิ้งครีม เมล็ดกาแฟสด
  • ขวด แก้ว จาน ช้อน หลอด ถุง
  • ผลไม้นอก – ไทย
  • ท็อปปิ้ง หัวเชื้อรสต่างๆ
  • เครื่องตีแป้ง เตาอบ พิมพ์ขนม ขนาดและรูปต่างๆ

รายละเอียดสาขาที่เปิดจำหน่าย อุปกรณ์ เบเกอรี่ มีดังนี้

ชวนชมเบเกอรี่
จันทร์-เสาร์ เปิดทำการ 7:00-19:00 วันอาทิตย์ เปิด 7:00-18:00
ตลาดบางเขน 9/16-17 ซ พหลโยธิน 32/1 เสนานิคม จตุจักร กรุงเทพ 10900
โทร 081-755-0059, 02-941-99666
แฟ๊ก 02-941-9322 E-mail chuanchom.bakery@gmail.com

Mr ลอยด์
จันทร์-เสาร์ เปิดทำการ 7:30-18:30 วันอาทิตย์ เปิด 7:30-18:00
ซ.ร่มเกล้า 1 หลังธนาคารกรุงไทย
แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510
โทร. 081-818-3928, 02-909-8256
แฟกซ์. 02-909-8257 chuanchom.bakery@gmail.com

ชม(Chom)
เปิด 7:00-19:00 หยุดทุกวันที่ 1 และวันที่ 16 ของเดือน
เลขที่ 44/16 หมู่ที่ 6 ต.บางกะทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม
02-4821125 Fax 02-482-1124 chuanchom.bakery@gmail.com

New - products - Contact us - Terms and conditions of use - เกี่ยวกับเรา - Privacy policy - Right of withdrawal - Home
Copyright ©2008 Chuanchombakery.com All Rights Reserved.