linemenu1linemenu2linemenu3linemenu4

การเลือกวัตถุดิบ ที่ดี คือ การเริ่มต้น การมีสุขภาพดี รสชาติเราสามารถปรุงให้อร่อยด้วยฝีมือ

สุขภาพที่ดีมาจากการเลือกวัตถุดิบ  อุปกรณ์ เบกอรี่่ อุปกรณ์ การประกอบอาหาร ที่ดีทำให้อาหารที่เรารับประทาน ดีด้วย

ผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชาวนอร์เวย์พบว่าผู้ที่กินธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปในปริมาณมากและอย่างสม่ำเสมอ จะมีวามเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งและโรคหัวใจลดลงเกือบร้อยละ 25 การทดลองที่ทำโดย Mayo Clinic ในปี 2001 พบว่าผู้ที่กินซีเรียลมีเส้นใยอาหารสูงมีแนวโน้วที่จะเป็นมะเร็งระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารน้อยลง และธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปให้มีความหลากหลาย โดยแนะนำว่าในแต่ละวันควรได้รับซีเรียลหรือธัญพืชดังกล่าว 4-5 หน่วย

ถั่วและผักทะเล

จากการศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่า การบริโภคถั่วบางชนิดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งให้น้อยลงได้ มีการพบว่าถั่วเหลืองนอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญแล้ว ยังมีสรรพคุณในการลดอัตราการเกิดเนื้องอกให้น้อยลงด้วยเช่นกัน ถั่วเหลืองและถั่วบางชนิดมีสารช่วยป้องกันการเกิดเนื้องอกในเต้านม กระเพาะอาหาร และผิวหนัง นอกจากนี้ยังมีการพบว่า สาหร่ายทะเลมีสรรพคุณในการขับสารกัมมันตภาพรังสีออกจากร่างกายอีกด้วย ประมาณร้อยละ 5-10 ของอาหารประจำวันควรประกอบไปด้วย ผักทะเลและถั่ว ได้แก่ ถั่วอาซูกิ ถั่วเตอร์เคิลสีขาวและดำ ถั่วเขียว ถั่วแขก ถั่วลิมา ถั่วสปลิท ถั่วแบล็กอาย ถั่วเหลือง ถั่วปินโตะ ถั่วเนวี่ ถั่วแดง วุ้น เต้าหู้ เทมเปะ มิโสะ คอมบุ ซีอิ้วทามาริ นัตโตะ วากาเมะ เป็นต้น ธัญพืช ถั่ว หรือหัวพืชที่ฝังอยู่ในดินจะมีทั้งเส้นใยที่ละลายในน้ำ และไม่ละลายในน้ำที่จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบฮอร์โมนในร่างกายให้เป็นปกติ ช่วยลดปริมาณของสารพิษและของเสียที่ร่างกายได้รับจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ เพื่อที่จะป้องกันมะเร็งและความเสื่อมโทรม ให้กินข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวบัควีต และข้าวสาลี  เราสามารถนำมาเป็นส่วนผสม ของ คุ้กกี้ หรือ อุปกรณ์ ขนม เบเกอรี่ เพื่อให้เราสามารถรับประทานได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านการก่อตัวของเนื้องอก ต้านเชื้อไวรัส และขับสารก่อมะเร็ง กินถั่วและเมล็ดพืช เช่น เมล็ดป่าน เพราะมีฤทธิ์ในการต้านการก่อตัวและการกระจายตัวของเชื้อมะเร็ง นอกจากสีของถั่วจะมีประโยชน์ในการต้านการเกิดมะเร็งแล้ว ผิวของพืชตระกูลถั่วยังมีสารไฟโตเคมิคอล (Phytochemicals) ที่ทำหน้าที่ในการป้องกันเซลล์และเนื้อเยื่อจากสารก่อมะเร็งได้อีกด้วย

กินบร็อกโคลี่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และคะน้า เนื่องจากมีสารซัลฟอราเฟน (Suulforaphane) ซึ่งทำหน้าที่ในการเสริมสร้างการทำงานของตับในการขจัดสารก่อมะเร็ง หากปราศจากสารชนิดนี้ตับจะต้องทำงานอย่างหนักจนไม่อาจขจัดสารก่อมะเร็งดังกล่าวให้หมดไป ซึ่งอาจนำไปสู่การเป็นมะเร็งได้ในที่สุด เพื่อที่จะห่างไกลจากโรคมะเร็งและความเสื่อมโทรมของร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้กินบร็อกโคลี่ กะหล่ำปลี ขิง แครอต ชาเขียว ข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลยื มะเขือเทศ บลูเบอร์รี่ ถั่วเลนทิล ถั่วลิสง ข้าวแดง และข้าวกล้องให้มาก

เนื้อสัตว์

                กินเนื้อปลาสีขาวหรืออาหารทะเล 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หลีกเลี่ยงการกินปลาเนื้อแดง หรือปลาที่มีหนังสีน้ำเงิน เนื่องจากปลาเหล่านี้จะมีไขมันมากกว่าปลาเนื้อขาว หลีกเลี่ยงการกินปลาน้ำจืด เนื่องจากมีสารพิษสะสมอยู่ในเนื้อมากกว่าปลาทะเล หลีกเลี่ยงการกิน หรือจำกัดปริมาณในการกินหากต้องกินเนื้อสัตว์จำพวกห่าน ไก่ฟ้า วัว ลูกวัว ไก่ แกะ หมู ไก่งวง เป็ด รวมไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ ไขมัน เนยแข็ง เนย โยเกิร์ต ไอศกรีม นม นมสกัด ครีม และเนยเทียม เป็นต้น

นอกจากอาหารจำพวกผัก ผลไม้ และธัญพืชแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้กินอาหารจำพวกโปรตีนที่มีคุณภาพให้มาก โปรตีนให้กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยสร้างเซลล์ใหม่ ซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อที่สึกหรอ ช่วยให้แผลหายเร็ว สร้างฮอร์โมนและเอนไซม์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง หากร่างกายได้รับโปรตีนในปริมาณที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ ร่างกายจะต้องใช้เวลานานในการฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วย และร่างกายมีแนวโน้มที่จะกลับมาป่วยได้อีกครั้ง

แหล่งโปรตีนคุณภาพดี ได้แก่ เนื้อสัตว์ไร้มัน ปลา ไก่ ผลิตภัณฑ์ นมไขมันต่ำ ธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้งชนิดต่างๆ เนื้อสัตว์เป็นแหล่งของโปรตีนและกรดไขมัน (Fatty Acid) ที่ร่างกายต้องการเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและสร้างพลังงาน เนื้อแดงมีธาตุเหล็ก (Iron) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิง

นอกจากเนื้อวัว แหล่งของโปรตีนที่สามารถกินได้ เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ไข่ หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากถั่วชนิดต่างๆ ก็เป็นแหล่งของโปรตีนและธาตุเหล็กคุณภาพดีที่สามารถทดแทนผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ อย่างไรก็ตามแม้ว่าเนื้อวัวจะเป็นแหล่งของโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ แต่นักโภชนาการมักแนะนำให้ผู้ป่วยกินเนื้อ ปลา เนื้อไก่ หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากถั่ว เช่น โปรตีนเกษตร เต้าหู้ เพื่อหลีกเลี่ยงคอเลสเตอรอล (Cholesterol) และไขมันชนิดอิ่มตัว (Saturated Fat) ที่มีอยู่มากเกินไปในเนื้อวัว

น้ำมัน

หลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัว  (Saturated Fat) ที่ได้จากสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม รวมไปจนถึงไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fat) ที่อยู่ในเนยเทียมและน้ำมันปรุงอาหารบางชนิดจากการศึกษาพบว่าไขมันจากงานวิจัยบางชิ้นพบว่า การกินอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโมเลกุลเดี่ยว  และชนิดหลายโมเลกุลจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลวให้ต่ำลง และยังช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ให้ต่ำลงอีกด้วย

                อาหารว่างเบเกอรี่ และเครื่องปรุง

ควรกินอาหารว่างหรือของหวานที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติในปริมาณปานกลาง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หากอาหารว่าง เบเกอรี่ หรือของหวานดังกล่าวมีส่วนผสมของสารให้ความหวานหรือน้ำตาล ให้ใช้น้ำเชื่อมที่ทำจากข้าวบาร์เลย์ มอลต์ อะมาซาเกะ น้ำแอปเปิล น้ำเชื่อมเมเปิ้ล ลูกเกดเกาลัด และไซเดอร์แทนน้ำตาย ทรายขัดขาว ช็อกโกแลต น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลดิบ น้ำเชื่อมข้าวโพด น้ำอ้อย ฟรักโทส แซคคารีน น้ำผึ้ง น้ำตาลเทอบินาโด และน้ำตาลเทียมหรือสารให้ความหวานอื่นๆ

นอกจากนั้นคุณยังสามารถใช้อาหารธรรมชาติอื่นๆ มาเป็นส่วนผสมในของหวาน เช่น เนยที่ทำจากงา เต้าหู้ ผัก วุ้น ที่ทำจาก สาหร่าย แทนไข่ ครีม นม และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ได้จากสัตว์ กินถั่ว ธัญพืช และเมล็ดพืชคั่วกับเกลือหรือซีอิ๊วเป็นของว่าง หรือขนมเค้กที่ทำจาข้าวหรือธัญพืชและไม่มีส่วนผสมของเนย ซึ่งถั่ว ธัญพืช หรือ เมล็ดพืชที่เหมาะสำหรับกินเป็นของว่าง ได้แก่ อัลมอนด์ เมล็ดงา วอลนัต พีแคน เมล็ดดอกทานตะวัน ถั่วลิสง เมล็ดฟักทอง เป็นต้น

เลือกเครื่องปรุงรสที่ได้จากธรรมชาติ ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีหรือผ่านกระบวนการแปรรูปใดๆ เครื่องปรุงรสที่น่าสนใจได้แก่ เกลือทะเล มิโสะ ซีอิ๊วทามาริ โกมาชิโอะ ซึ่งป็นเครื่องปรุงรสชนิดหนึ่งที่ทำจากงาดำผสมเกลือ หลีกเลี่ยงการปรุงอาหารให้มีรสจัดจ้านจนเกินไป ควรกิน
[mr_rating_results_list]

New - products - Contact us - Terms and conditions of use - เกี่ยวกับเรา - Privacy policy - Right of withdrawal - Home
Copyright ©2008 Chuanchombakery.com All Rights Reserved.